วัยรุ่นกับสำนึกรักบ้านเกิดที่น้อยลง

yungวัยรุ่นไทยในทุกวันนี้มักสนใจแต่เรื่องของตัวเองเสียส่วนใหญ่ จนทำให้ละเลยสิ่งสำคัญที่ยอมรอบข้างของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเรียน ซึ่งตรงนี้ยังนับได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญกับชีวิตในอนาคตของพวกเขา แต่สำหรับวัยรุ่นที่สนใจแต่เรื่องเที่ยวนั้นแหละครับที่ผมจะกล่าวถึงในวันนี้ ซึ่งแน่นอนการที่จะเที่ยวได้ก็ต้องเริ่มต้นมาจากเพื่อนชวน พอบ่อยครั้งก็ติดเป็นนิสัย บางคนถึงกับไม่กลับบ้านเลยก็มี ซึ่งอย่าหวังเลยที่เด็กเหล่านี้จะกลับมาช่วยเหลือที่บ้านด้วยการมีสำนึกรักบ้านเกิด แค่อยู่แบบไม่ก่อปัญหาก็ถือว่าดีมากแล้ว แต่แปลกอยู่อย่างหนึ่งผมคิดว่าทุกคนต้องเจอ คือ การที่ผู้ใหญ่สอนว่าอะไรดีไม่ดีนั้นเหมือนเป็นคำที่พูดกับลมจะไม่มีผลกับวัยรุ่นแต่อย่างใด แต่มันจะเกิดผลก็ต่อเมื่อมันเกิดขึ้นกับตัวเองเท่านั้นไม่ว่าจะเป็นปัญหาท้องก่อนวัย หรือยาเสพติด พอคิดได้ก็สายไปเสียแล้ว และ พอโตขึ้นอีกนึกพอเริ่มมีความคิดขึ้นก็เริ่มถึงวัยทำงาน เอาตั้งแต่สมัครงานเลยแล้วกัน ก็ต้องเตรียมความพร้อมทั้งเอกสารและ การตอบคำถาม พอตกลงว่าได้ทำงานแล้วก็ต้องหาที่อยู่ใหม่ และเตรียมของที่ต้องใช้ในการทำงาน และเมื่อถึงเวลาก็ทำงาน ตรงนี้ต้องคิดเรื่องคิดแต่เรื่องงานแน่นอนเพราะการเข้าทำงานใหม่ต้องเรียนรู้เยอะจะมัวสนใจอย่างอื่นมากไม่ได้ ต่อมาถึงจะมีความเชี่ยวชาญในการทำงานแล้วก็ยังไม่วายต้องพัฒนางานเพื่อหวังที่จะได้เลื่อนตำแหน่งอีก จนไม่มีเวลากลับบ้าน แต่ผมก็เชื่อว่าทุกคนก็คงมีสำนึกรักบ้านเกิดกันทั้งนั้นแต่ด้วยเวลาแล้วไม่อาจทำได้ ภาพที่เห็นส่วนใหญ่เกี่ยวกับสำนึกรักบ้านเกิดก็คือเด็กที่ยังไม่มีภาระกับผู้สูงอายุที่อยู่กับบ้าน แบะนั่นคือเรื่องจริงในสังคมไทยปัจจุบันครับ

 

รักบ้านเกิดไม่ใช้หน้าที่แต่อยู่ที่จิตสำนึก

Afforest

สำนึกรักบ้านเกิดคำใครๆ ก็สามารถพูดได้แต่จะมีสักกี่คนที่จะมีเพราะ ฝนยุคสมัยนี้ส่วนใหญ่แล้วเด็กที่เกิดและโตจากชนบทก็มักจะได้ไปทำงานในเมืองหลวง ไม่ค่อยมีเวลากลับมาเยี่ยมบ้านสักเท่าไหร่ซึ่งผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ ไม่ใช่ว่าไม่อยากกลับไปดูแลบ้านนะครับ แต่ด้วยหน้าที่การงานที่ทำให้ไม่สามารถกลับได้นั่นเอง แต่เมื่อไหร่ที่มีวันหยุดยาว คนเหล่านี้ก็มักจะกลับบ้านไปเพื่อพัฒนาบ้านที่อยู่อาศัยบ้านเกิดแทบทุกครั้งไป ซึ่งครอบครัวผมเป็นแบบนี้ตลอด การกลับบ้านแต่ละครั้งนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะกลับมาพักผ่อน แต่เป็นการพัฒนาบ้าน แม้จะไม่มีค่าจ้างใดๆ แต่สิ่งที่ได้เลยก็คือความภาคภูมิใจที่ได้ช่วยงานที่บ้านถึงจะเหนื่อยแต่มีความสุข ถือเป็นกิจกรรมที่สามารถทำให้เสริมความสามัคคีในครอบครัวไปในตัวด้วย ไม่ใช่แค่ในบ้านเท่านั้น แต่กับสังคมเราก็กลับมาช่วยกันพัฒนาได้ อย่างเช่นหมู่บ้านที่มีพื้นที่ติดกับเข้าที่ป่าไม้ถูกรุกราน ก็สามรถช่วยกันปลูกป่า เพื่อให้ระบบนิเวศกลับมาสมบูรณ์จะได้มีทรัพย์ยากรธรรมชาติให้ลูกหลานของเราได้ใช้กันต่อไป หรือจะเป็นชมชนที่ติดชายฝั่งระหว่างทะเลกับน้ำจืดก็สามรถช่วยกันปลูกโกงกางเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์แถบนั้นได้ เพราะถ้าคนในชุมชนไม่ช่วยกันแล้ว อย่าหวังเลยที่จะให้คนภายนอกเข้ามาช่วยเหลือ ทุกสิ่งที่ทำนั้นไม่สูญป่าวแน่นอน เพราะในอนาคตเมื่อคุณมีลุกหลายก็ต้องอาศัยแหล่งชุมชนนี้เพื่ออยู่อาศัยและเมื่อที่อยู่อาศัยและ สังคมดีแล้ว เด็กๆ ทุกคนก็จะโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีด้วยเช่นกัน สำนึกรักบ้านเกิดเราสามารถมีได้ทุกคนแม้ว่าจะไม่ใช่หน้าที่ก็ตาม และถ้าทุกคนช่วยกัน ก็จะไม่เหนื่อยมาก แถมยังได้มิตรภาพจากเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นอีกด้วย

 

 

จุดเริ่มต้นของสำนึกรักบ้านเกิด

thaihealth_c_ghjnopqsvy

แน่นอนจุดเริ่มต้นของทุกคนย่อมมาจากบ้าน ที่มีการดูแลของผู้ปกครองไม่ว่าจะเป็น พอ แม่ พี่น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย ก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่สั่งสอนให้เรารู้ในสิ่งต่างๆ ด้วยความเอาใจใส่ และเมื่อโตมาก็เริ่มเข้าสังคม โดยมีการช่วยเหลือ จากเพื่อนบ้าน ที่อยู่ในชุมชนเดียวกัน เกิดเป็นความผูกพันและ สังคมขึ้น ซึ่งเด็กที่โตขึ้นมา จะดีหรือไม่ดีก็อาจจะขึ้นอยู่กับสังคมด้วย แน่นอนว่า ในวันเด็ก ถ้าไม่ได้รับคำแนะนำที่ดีจากผู้ใหญ่ ก็อาจจะทำให้โตขึ้นมาจากสังคมไม่ดีและ กลายเป็นขยะสงคมในที่สุด ซึ่งนอกจากไม่ทำให้เกิดประโยชน์แล้วยังทำให้เกิดโทษกับแหล่งชุมชนอันเป็นบ้านเกิดของเราด้วยอีกด้วย เราจึงควรสำนึกที่ดีให้เด็กๆ ไว้ตั้งแต่วันนี้เลย เพื่อให้ในสังคมมีเด็กที่มีคุณภาพและ สามารถกลับมาพัฒนาบ้านเกิดของเราให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับส่วนรวม เพราะเมื่อสงคดีแล้วประโยชน์ที่แท้จริงก็จะยอนกลับมาเราเอง

สิ่งง่ายๆ ที่ควรปลูกฝังเด็กๆ

สำนึกที่ดีไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการทำสิ่งที่ยากๆ เพราะเราสามารถปลูกฝังเด็กให้รู้จักการสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนที่อยู่อาศัยได้ง่ายๆ โดยเริ่มจากการรักษาความสะอาด โดยการทิ้งขยะให้ถูกที่ เพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้แหล่งชุมชนของท่านน่าอยู่แล้ว และอีกสิ่งหนึ่งที่ควรปลูกฝังจิตสำนึกของเด็กเลยก็คือการเข้าแถวต่อคิว ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ซึ่งแน่นอนว่าในสังคมที่ใหญ่ขึ้นเด็กเหล่านี้ก็จะต้องเจอกับผู้คนจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นการเกิดทางหรือ ซื้ออาหารย่อมมีผู้ต้องการเยอะตามไปด้วยสิ่งที่ที่ทำให้สิ่งเหล่านี้สามารถดำเนินไปด้วยความรวดเร็วก็คือ การเข้าคิว ซึ่งตรงนี้ถือเป็นการฝึกความเป็นระเบียบของการให้เกิดขึ้นในชุมชนและ เป็นสำนึกที่ควรสร้างให้กับเยาวชนยุคใหม่เป็นอย่างมาก